Kyoto’s Autumn

OK! I gave up.
I was trying to find a way to quickly switch between Thai language and English language by my bluetooth keyboard connecting with iPad. T-T But I end up can’t find a way… So yeah, I will go with English today.

Due to covid’s breakout in Japan, I cannot get myself to go around the place that much. Fortunately, at the very end of autumn the covid situation was getting better. So I booked a bus tour to Kyoto!

It was quite a while for the autumn season in Japan. Hell, yeah… now it almost spring already but I can’t get myself to talk about Japan’s autumn until today. (But I can get myself to finish New year’s entry so damn quick… 自分が全然わからない。頭がおかしいかも。)

The route is all provided by the meitetsu bus tour. I really enjoyed it. I even come to like walking/hiking? around the town and almost buy a route book about it after came back from this trip.

I started from Ginkakuji (it is where the bus dropped us). I wandered around the town as being advised. Though I got lost a little in the end and have to find the way back to Konkaikomyoji Temple by google map lol.

OK. Since I posted the route as above, I will skip talking about it.
….And let’s get to the photo spreading only session…

I, like, took ton of photos that day and all of them are my fave. So I can’t get myself to decide and finally only posted 4 of them ;-;

Around Ise Jingu

ก่อนปีใหม่เรากระเสือกกระสนไปอิเสะจิงกุมา
ซึ่งคนยังไม่มากเท่าไหร่เพราะมันเป็นช่วงก่อนสิ้นปีนิดนึง เข้าใจว่าคนจะมากกว่านี้ (นิดนึง) ถ้าปีใหม่ไปแล้ว (ซึ่งปีนี้ก็คงไม่มากแหละ เพราะมีโควิด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

เราก็พยายามใส่มาสก์และดิสแทนซิ่งให้มากที่สุดตลอดการเดินทาง
ซึ่งถึงไม่พยายามแม่งก็โคตรจะดิสแทนซิ่งอยู่แล้วเพราะชีวิตตูไม่พบปะใครเลยค่ะ อะไรวะ
เราก็เลือกนั่งรถไฟคินเท็ทซึจากนาโกย่าไปลงที่อิเสะชิ ขานึงราคาประมาณ 1,8xx-1,900 เยน เป็นรถด่วนแต่ไม่ใช่แบบจองที่นั่ง ถ้าจองที่นั่งต้องเพิ่มอีกพันกว่าเยนมั้งรู้สึก (หาข้อมูลเสร็จตัดสินใจเสร็จฉันก็ลบทุกข้อมูลออกจากสมองเลยค่ะ) จากนาโกย่าไปก็สองชั่วโมงบวกลบ แล้วแต่สายรถไฟที่เรานั่ง
จริง ๆ ถ้านั่ง JR ไปเหมือนจะชั่วโมงครึ่งลบ ๆ เองมั้ง แต่ราคาก็บวกไปอีกเท่าลงที่อิเสะชิเหมือนกัน

อันนี้เป็นทางเดินไปอิเสะจิงกุชั้นนอก หรือที่เค้าเรียกกันว่าเกะคุ เดินต่อเนื่องมาจากสถานีรถไฟอิเสะชิได้เลย ฉันก็เดินมาอย่างมึนงงอยู่นิดหน่อย

เดินมาถึงด้านหน้าอิเสะจิงกุเกะคุแล้วค่ะพีเพิ่ล
และตรงด้านหน้าเนี้ยแหละ ตรงแถว ๆ สี่แยกจะมีป้ายรถบัสอยู่ เดี๋ยวเราก็จะมานั่งบัสจากตรงนี้เพื่อไปต่อที่อิเสะจิงกุชั้นในหรือไนคุได้เลย ซึ่งมีหลายสายมากที่ผ่านไนคุ ส่วนตัวแล้วเราซื้อตั๋วรถบัสของเมืองที่ชื่อ machikusa ไว้ มันจะขึ้นรถบัสในเมืองนี้กี่รอบก็ได้ในหนึ่งวัน (หรือสองวัน แล้วแต่เราเลือก) ซึ่งสายรถที่ซัพพอร์ทก็มีหลายสายมาก ๆ แต่อันตัวเรานั้นมึนเมาอะไรซักอย่าง ทำให้เข้าใจผิดว่าตั๋วมันใช้ได้กับ CAN bus อย่างเดียว ซึ่งเป็นสายรถบัสที่ต่อยาวระหว่าง Ise-Futami-Toba ซึ่งเราก็จำเป็นต้องขึ้นสายนี้เหมือนกัน แต่มันไม่จำเป็นสำหรับตอนไปไนคุ!!! แต่กรูมึนเมาเองค่ะ ทำให้เสียเวลารอรถบัสโดยไม่จำเป็น ปวดกบาลกับตัวเอง ตั๋วมันราคา 1,200 แล้วค่ารถของสถานที่ที่เราไปมันก็ประมาณ 4xx ทุกที่ ก็คือถ้าคุณขึ้นอย่างน้อยสามครั้งคุณก็คุ้มละ

มีอย่างนึงที่เราอิมเพรสเล็ก ๆ คือปกติคนที่เคยมาญปหรือคนที่สนใจในญปอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเวลาก่อนเข้าวัดหรือศาลเจ้าส่วนใหญ่จะมีบ่อน้ำให้เราเอากระบวยตักล้างมือล้างปากก่อนเข้า แต่ทีนี้เนื่องจากนี่เป็นช่วงโควิด เค้าเลยไม่ใช้กระบวยกันแล้ว แค่มีอารมณ์ประมาณน้ำไหลจากก๊อกหรืออะไรก็ตาม แล้วให้เราล้างมือเฉย ๆ เออรู้สึกว่า มันก็ปรับกันไปได้ดี

เอาจริง ๆ แล้วเราไม่ค่อยได้ถ่ายของในตัวศาลเจ้าเท่าไหร่ เพราะเดินอยู่ด้านในด้วยความสงบเสงี่ยมมาก ต้นไม้ข้างในเยอะมากและใหญ่มาก อยู่ดี ๆ มันก็ทำให้เข้าใจขึ้นมาเองว่าทำไมพระถึงชอบเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่า คือมันยังไม่ทันต้องทำอะไรเลยอะ แค่เราเดิน ๆ อยู่ข้างในดี ๆ มันก็เกิดความคิดขึ้นมาแล้วว่าเออ ความเป็นตัวตนของเรานี่มันช่างเล็กมาก เปราะบางมากเลยนะเมื่อเทียบกับธรรมชาติแวดล้อมเหล่านี้ เกิดความปลงในความเป็นตัวตนของตัวเองขึ้นมาง่าย ๆ เลย เดินไปน้ำตาซึมไป สงบจน

จบจากเกะคุเราก็ไปต่อกันที่ไนคุ

เห็นรูปประตูโทริแล้วนึกขึ้นได้ เมื่อก่อนเราไม่เคยรู้เลยว่าเวลาเดินผ่านเข้าออกประตูแล้วเราต้องทำความเคารพด้วยทั้งขาเข้าขาออก แต่มาที่นี่เห็นทุกคนทำกันหมดเลย เราเลยเพิ่งรู้

อย่างที่รู้กันอยู่ว่าญปเป็นดินแดนที่มีความเกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ในหงายแง่มุม รวมถึงความเชื่อต่าง ๆ ด้วย และอิเสะจิงกุก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่คนญปมีความศรัทธาถือเป็นอันดับหนึ่งต้น ๆ เลยก็ว่าได้ จักรพรรดิก็ต้องมาเคารพที่แห่งนี้ รวมถึงที่ศาลเจ้านี้ยังเป็นที่เก็บอุปกรณ์ที่ใช้ในการปราบดาภิเษกอยู่หนึ่งชิ้นด้วยกันอีกด้วย (พีเพิ่ล อย่าด่าหนูถ้าหนูเรียกผิด หนูอ่านมาแล้วหนูก็ลืมคำเฉพาะของมันไปแล้ว หนูไม่ได้รีเสิร์ชซ้ำระหว่างเขียนเอนทรี่ ได้โปรดพีเพิ่ลที่มีความสนใจกรุณาไปรีเสิร์ชซ้ำเองอีกที หรือพีเพิ่ลที่มีความรู้และมีความเมตตาช่วยแก้ไขก็คอมเม้นได้ค่ะ) ศาลเจ้านี้ก็เกี่ยวข้องกับการบูชาดวงอาทิตย์เหมือนกันเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าของดวงอาทิตย์ (ที่เป็นผู้หญิงนะ ในที่นี้) ผู้ดูแลศาลเจ้านี้ก็เลยเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด จริง ๆ เค้าก็มีคำเรียกเฉพาะของเค้าอีก แต่เราจำไม่ได้ -_-; ซึ่งคนที่จะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้านี้ได้ก็คือต้องเป็นคนในราชวงศ์เท่านั้นนั่นแหละ

คนไม่ได้มุงอะไรหรอกค่ะ คนแค่จะถ่ายรูปน้ำเฉย ๆ …

เดินอยู่ด้านในอย่างสงบเสงี่ยมมาก
เอาจริง ๆ อารมณ์ต่างจากตอนไปวัดไทยอยู่นะ อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้คนน้อยด้วย
มันให้ความสงบแบบ สงบแบบไม่เคยเจอมาก่อน เราชอบนะ ตอนไปอะซึตะจิงกุก็ให้ความรู้สึกนี้เหมือนกัน รู้สึกว่าดีที่ได้มา

จริง ๆ ตรงหน้าวัดจะมีถนนคนเดินอยู่ ที่จะขายน้ำอาหารกับของต่าง ๆ ก็คือดี
แต่ช่วงนี้เอาตรง ๆ ไม่ค่อยอยากซื้อแล้วถอดหน้ากากยืนหรือเดินกินอะไรเท่าไหร่ ควรไปนั่งกินในร้านไปเลยเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่าถ้าจะกิน

หลังจากนั้นข้อยก็เดินทางไป futami เพื่อดู meotoiwa หรือที่เค้าเรียกว่าหินแต่งงานนั่นแหละ
(มันคงแปลมาตรง ๆ จากภาษาญี่ปุ่นเลยด้วย เพราะ meo มันก็แปลว่าคู่สามีภรรยาจริง ๆ ตามตัวคันจิ)
ตัวฉันก็นั่ง CAN bus จากหน้าอิเสะจิงกุไนคุ มาเลยค่ะ เอาตรง ๆ ไม่ต้องกลัวลงผิดป้ายเลย ในรถบัสมันมีประกาศภาษาอังกฤษคู่อยู่ตลอดเวลากับภาษาญี่ปุ่น รวมถึงมีป้ายบอกด้วยว่าป้ายหน้าคืออะไร ทั้ง อังกฤษ จีน เกาหลี ยิ่งไปกว่านั้นมันจะมีป้ายนึงที่ชื่อว่า futami อะไรซักอย่าง ที่ตอนแรกที่เราหาข้อมูลเราก็เข้าใจว่ามันต้องลงป้ายนี้แหละ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ มันต้องลงป้ายที่ชื่อว่า meotoiwa ประตูตะวันตกตะวันออก อะไรสักอย่าง.. ซึ่งในรถมันก็ประกาศบอกด้วยว่าอย่าลงป้ายนี้นะโว้ยถ้าจะไปหิน ให้ไปลงป้ายหน้านะจ๊า.. สุดดี

ไปถึงก็คือพระอาทิตย์จะตกดินละ เราขึ้นรถบัสรอบสุดท้ายพอดี ก็คือต้องรีบ ๆ เดินรีบ ๆ ดูมาก
เพราะตอนขากลับก็ต้องนั่งรถบัสรอบสุดท้ายเนี่ยกลับเหมือนกัน

คลื่นก็คือแรงแบบไม่ปราณีใครมาก
มีคนมายืนรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกลงตรงกลางระหว่างหินอยู่ประปราย
ส่วนตัวฉันนั้นก็เดิน ๆๆๆๆๆ ให้ครบแล้วก็รีบเดิน ๆๆๆๆๆ กลับป้ายรถบัสเพราะเดี๋ยวตกรถ

จบวันไปแบบ รีบเร่งและหนาวเหน็บตอนยืนรอรถบัสขากลับ

ป.ล. งงกะตัวเอง ตั้งชื่อเอนทรี่ว่าแถว ๆ อิเสะจิงกุ.. แต่เลือกรูปท็อปเป็นหินที่อยู่ที่ฟุตะมิ.. คือไรวะ

My new year in Japan

เนื่องจากเราถือว่าที่แห่งนี้เป็นเหมือนไดอารี่ของเรามาตลอด
เราก็จะถือโอกาสเททุกอย่างที่มีอยู่ในคลังรูปเราลงมาในนี้ให้หมด แบบไม่สนขิงข่าใด ๆ ทั้งสิ้น
ไม่งั้นมันก็จะดองไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถือคติว่าได้ทำบ้างดีกว่าไม่ได้ทำเลยแล้วกัน

ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่แรกในชีวิตที่แบบได้อยู่คนเดียวแบบคนเดียวจริง ๆ
และก็คือไม่สามารถไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหนกับฝูงชนใด ๆ ได้ด้วยเพราะโควิด
ดิชุ้นก็เลยอยู่คนเดียวที่บ้านแล้วขุดทุกกิจกรรมที่ไปอ่านมาว่าคนญปเค้าจะทำมาทำบ้างค่ะ

กิจกรรมแรกก็คือการกินโซบะข้ามปีหรือที่เค้าเรียกกันว่า 年越しそば
พร้อม ๆ ไปกับการนั่งดูรายการเพลง 紅白 ของ NHK
ตอนแรกจะไปซื้อโซบะมาทำกินเองแล้วแต่แบบ.. ซื้อมาแพ็คนึงมันขายทีสามมัดอะไรงี้
ฉันไม่ได้อยากกินสามมัดอะ… แล้วทั้งปีจะทำอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เลยไปซื้อแบบที่เค้าทำเสร็จแล้วมา
รายการเพลงก็เหมือนกัน ตอนแรกเปิดไป อมก. ไม่คิดว่าตัวเองจะเอ็นจอยได้เลย
ดูไปดูมาเอ็นจอยเฉย กุว่ากุเป็นคนอินกับอะไรง่ายเหมือนกันนะจริง ๆ แล้ว

แล้วก็เป็นเพราะรายการเพลงขาวแดงนี่แหละ ทำให้ปีใหม่ของข้อยรื่นเริงด้วยตัวเองได้ขนาดนี้ -_-
สุสงง.. ดูจนรายการจบห้าทุ่มกว่า ๆ ดิชุ้นก็เปลี่ยนไปดูของจอนนี่ส์ (เขียนงี้ปะวะ) ต่อ..
เอ้าเฮ่ย.. เอ็นจอยอีกเช่นเคย ข้ามปีอย่างเอ็นจอยไปแบบงง ๆ

ตื่นปีใหม่มาด้วยความแบบเฮ่อ จะว่าสดชื่นก็สดชื่น แต่แบบ สายต้อนรับปีใหม่ สุสปัง
เอ็นจอยกับตัวเองด้วยการกินโอเซจิที่ไปซื้อมาจากซูเปอร์ต่อ …ซึ่งมันแหงอยู่แล้วที่ต้องมาจากซูเปอร์ ข้อยไม่มีปัญญาที่จะหาทำด้วยตนเองได้จริง ๆ

คนญี่ปุ่นปกติเค้ากินกันเยอะกว่านี้มาก เพราะเค้าทำทีเก็บไว้กินหลายวัน เพราะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหารกันในช่วงปีใหม่ แต่ข้อยบอกตรง ๆ ว่าแค่นี้ข้อยพอใจแล้ว ถือว่ากินเอาฤกษ์เอาชัย
เพราะกินไปกินมาข้อยก็เข้าใจว่า อาหารที่มงคลที่สุดที่เราควรกินก็คืออาหารอร่อยที่เราชอบ
เราอย่าฝืนชีวิตตัวเองให้กินอะไรมงคลที่เราไม่เอ็นจอยเลยก็ได้มั้ย หรือยังไง T-T
ซึ่งอาหารแต่ละอย่างในโอเซจิก็จะมีความหมายดี ๆ ของมัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับการมีสุขภาพดี แข็งแรง ชีวิตยืนยาว

หลังจากกินเสร็จอะไรเสร็จข้อยก็ไปศาลเจ้าแถวบ้าน ซึ่งไม่มีคนเลย และมันก็ถูกต้องแล้วเพราะตูไปตอนมันเย็นมาก ๆ แล้ว พีเพิ่ลเค้าควรจะมากันตั้งแต่เช้าไปแล้ว ก็ถือว่าไปทำความเคารพเอาฤกษ์เอาชัย ฝากเนื้อฝากตัวอีกปี

ปีนี้ก็สู้ ๆ กันต่อไป ขอให้ตัวเองเป็นบ้าน้อยลง ขอบคุณค่ะ

Isogai 2020@Nagoya port

This event was like being held a week or two before today.
The event is all about the firework. We have got to enjoy it for an hour.
Since I have always adore of all of the grand firework, I cannot give any comment on the technique/style/work or etc. But I really enjoy it. For entertainment alone was already worth the ticket money.

Actually, it is not only about the firework alone. It also having the storyline go along with it during the firework show. (But yeah, since the main of the event is the firework, you should not be expecting much for the storyline. Just see it as a supplement to add up the spice to the firework.)

For the part that I like apart from the finale set, it is the part where it is talking about sad stuff. I have never thought that the firework will get you real sad since it is always come with the cheerful vibe and festive stuff. But here, it go through both end of the spectrum. So I kind of like it.

Shizuoka! (3)

Shizuoka! (1)
Shizuoka! (2)

ในที่สุดตัวฉานก็เขียนมาถึง Shizuoka! (3) จนได้!!! ฮือ ๆๆๆๆๆ
เป็นเอนทรี่สุดท้ายแล้วค่ะของชิซุโอกะ เขียนมาครึ่งปีกว่าจะจบ เป็นบ้าเป็นบอ เนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรเลย
เธอใช้เวลาอะไรขนาดนี้ T-T ในที่สุดฉันก็จะได้มู้ฟออนไปเรื่องอื่น ๆ ซะที
はじめろうか!

最後の日話したいと思います。
その日はまず「Fuji Mt. Museum」行きました。
(日本ごではどういうなんて分からないですけど…)
大雨の日ですから曇りでした。
ときどきそのMuseumから富士山見えられますけれど、もちろんその日はだめでした。
残念!!!!!!T-T

This part of the museum wall is really impressive.
It was built from the real soil and real soil color from the Fuji-san, representing its variety in the soil itself. I have never been to the Fuji-san myself so I cannot tell the how accurate the color is from here. But it is interesting enough for me that there is such a wide range in soil color found on Fuji-san.

Before coming to this museum, I have never thought that there will be this much of things can be talked about Fuji-san. You know, the content shown inside this museum is like a lot and not shallow at all! (At least in my point of view)
They talk about the geological, living things there, how it is created, how it is meant to the local, spiritual view, etc. which if it was for me, I don’t think I can come up with this many and still be related.

Even though you are not interested in the Fuji Mt. stuff, I still think it is worth going for once. Since the architecture and building style of this museum is also something.

後では富士山本宮浅間大社です。
人気な大社と聞いたことがあるから、ちょっと行ってみました。
けれど、あまり写真撮りませんでした…
(実はさっき気がしてしまった… 写真見せたいですが… 全然ないなー…)

まー それじゃ次に行こうか。
私とってはこのトリップでは一番大好きな場所です。
白糸の滝!

You know what, my photo skill is not that great enough to represent how great this place is. I was like, so surprised when I arrived to the place. On the picture that I have seen during doing the research is great enough which is no doubt. But normally like what all of you guys might have experienced, the picture we saw in the internet beforehand tend to be far more better than the real place. But this one is not like that!!!!!
The real one is far more mesmerizing to the point that I dropped my jaw lol.
May be it is also because that we went on the rainy season.

よければ、ぜひいつか行って見ってください!
以上です。
…..
I have just come to realize in this point that the way I write this entry is so messed up. How can I use 3 different languages mixing together in an entry. Sorry but please bear with it T-T. It is so messed up since my brain is also messed up right now T-T.

Shizuoka! (2)

Previous entry
Shizuoka! (1)

It has been a while after I posted the first entry about my trip in Shizuoka… I feel like I sacrifice all my energy for work during the time I have been missing lol. I don’t feel like doing a damn thing during my free time anymore. Sometime I just let the time flew by by just surfing on some random site that I did not actually interested in it.
What a time wasting!!! It can’t be helped though.

And yeah, now I am back. To tell you the truth, I can’t clearly remember what happened during the trip anymore, orderly. Lol
I guess I start the day with some sashimi (in the don). It’s actually good. I did not expect it at all since it is some random restaurant that we promptly search at that time.

いい感じでしょう。
After we had our stomach full, we head to Mishima sky walk.
There are lots of people there! Which I totally understand why after seeing all around the place. Apart from its famous sky walk, there are many activity for you to enjoy. Like, the owl cafe or adventure activities.

We spent some time at this Miyashima sky walk before we start heading to the most favorite place of mine for this trip. Tanuki lake!!
*Warning* Please beware, now you are entering full stream photo posting mode

Mt. Fuji!!!

Fantasy art

(This is my first time writing via my phone lol)
I want to record today experience as soon as possible so it is still fresh.
I thought I have been to an art exhibition today in Japan but it’s not quite like what I have expected lol.
There’s nothing wrong about the event, it’s just that my imagination is not that accurate since I have never had the experience in this before.
I used to go to the art exhibition held by art museum once and it’s a great experience for me!
So for this time when I have seen the ads about the exhibition, I didn’t even hesitate to come.

But this time it seem to be focusing on selling the arts (which is very normal that I have to say here) not focusing on the participant’s experience of the event.
So it’s not quite that impressive if talking about the event alone. Lol
However, because it is me who never been to anything like this before in Japan, it’s quite impressive and scary. (Everything new is scary for me hahaha, the event itself may not be that scary for some)

The staff also look different from normal staff I have met in normal daily life so I was quite perplexed haha.

It was great that I decided to come today after all. But there will be no next time for sure lol. I think I have to do the research more carefully before deciding to join any event.

For reference to my own self, it was fantasy art event by Yoshitaka Amano and Yumihiko Amano. The art alone is impressive though not talking about the event.

Shizuoka! (1)

ตอนแรกอยากมาอัพมาก แต่พอจัดคอมพ์จัดอะไรเสร็จเหลืออย่างเดียวแค่มาพิมพ์เนื้อหาลงบล็อก
กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ขี้เกียจอัพแล้ว 555555555 เหมือนว่าแบบมันมีอะไรในหัวอยู่รวมกันมากเกินไป
จะอัพเรื่องไหนดีน้า เรื่องที่ดองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว (ซึ่งเยอะมาก) เรื่องที่ดองไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี (เยอะมากเหมือนกัน) หรือเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน (ซึ่งเนื้อหาก็จะเยอะอีกถ้าพูดถึงเยอะ)…

ซึ่งตอนนี้ก็ตัดใจเลือกได้แล้ว และเนื้อหาที่จะพิมพ์ถึงเนี่ย ก็จะไม่ได้เยอะเหมือนตอนแรกที่คิดว่าจะพิมพ์แน่นอน …ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นมาทุกเอนทรี่แหละ ตามประสาคนขี้เกียจค่ะ จะทำเท่าที่ตัวเองพอใจค่ะ

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วช่วงปลายเดือนหกได้ไปชิซึโอกะมา ซึ่งมันก็เป็นเวลาประมาณเดือนนึงละที่ญปปลดล็อกภาวะฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ตามเวลาไปไหนมาไหนก็ต้องระวังตัวดี ๆ และปฎิบัติตามกฏของแต่ละสถานที่อย่างเคร่งครัด ไม่ห่วงตัวเองอย่างน้อยก็พยายามอย่าไปเป็นภาระสังคมเค้า

เนื่องจากคราวนี้ไปกับเพื่อนที่ขับรถได้และมีรถขับ (ซึ่งก็แน่นอนว่าถ้าเพื่อนไม่ได้มีรถขับคงไม่ได้ไปกันแน่ ๆ เพราะเค้าก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้รถสาธารณะกันอยู่พอสมควรนะตอนนี้ โดยเฉพาะยิ่งถ้านั่งไปไกล ๆ ด้วยแล้วล่ะก็ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าหาไป)

ด้านล่างนี้ก็คือแพลนคร่าว ๆ ที่เราจะไป ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นแพลนอะไร แค่รวบรวมสถานที่ที่เพื่อน ๆ ลิสต์กันเอาไว้มาแปะบนแม็ปเฉย ๆ จะได้กะถูกว่าสถานที่ไหนอยู่ตรงไหนควรไปไหนก่อน
แต่ก็เอามาใช้เป็นตัวสรุปแพลนไปในตัวด้วยเลยในตอนหลัง

ที่แรกที่เราไปก็คือ Hamamatsu Flower Park คนไม่เยอะเลย ซึ่งถูกต้องแล้วค่ะ
จะเห็นได้จากแม็ปข้างบนว่ารูปที่แปะอยู่เนี่ยสวยมากกกกกก ไอ้เราก็มโนไปสิว่ามันจะเป็นอย่างงี้ทั้งปาร์ค คือ.. ซึ่งไม่ใช่ รูปข้างบนคือส่วนของกรีนเฮาส์ล้วน ซึ่งของจริงจะมีตัวปาร์คที่แบบอยู่กลางแจ้งอีก
และก็คือใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกก แล้วยิ่งอากาศก็โคตรร้อน ใครเดินด้วยลำแข้งของตัวเองทั่วทั้งปาร์คได้นี่คือกูขอก้มลงกราบเลยอะ

ก็คือพืชอวบน้ำยุบยับเต็มไปหมด ทำให้นึกถึงต้นที่ตัวเองปลูกอยู่ (ซึ่งเดี้ยงไปแล้วหนึ่ง orz)
เห็นแล้วแบบ เออ ทำไงให้เลี้ยงแล้วได้แบบนี้เนี่ย ของเราไม่โตแบบสะเปะสะปะก็คือเดี้ยงไปเลย

แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปแวะกินข้าวกลางวันกันที่ Sawayaka ร้านขายแฮมเบิร์กที่เค้าบอกว่ามีอยู่แค่ที่ Shizuoka เท่านั้น (แต่มีหลายสาขามากในชิซึโอกะนะ) อิ่มมากขอบอก อร่อยมากด้วย 5555555555
ไม่รู้เป็นเพราะตอนนั้นหิวมากหรือเปล่าแต่แบบ เออฟินจริง ตอนเค้ามาเสิร์ฟนี่คือแบบ อุ้ว รีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย… แล้วขอเชิญคุณรับชมภาพทางด้านล่างนี้นะครับ

เข้มข้น! ควันเข้มข้น!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
คือแบบ ตอนถ่ายก็รู้ตัวนะว่าถ่ายแล้วเป็นงี้ แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะรอให้ควันหมดแล้วค่อยกินละว่ะ
ขอพี่กินเลยแล้วกันค่ะ 5555555

ที่ที่สองที่เราไปในวันนั้นก็คือ Nihondaira ที่เค้าบอกว่าปลูกชากันอะ..
ซึ่งมันเป็นข้อมูลที่เราไปอ่านมาแล้วจำผิดเปล่าวะ ทำไมไปแล้วไม่เห็นจะมีไร่ชาขิงข่าอะไรเลย…

ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกที่นึงที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ แต่ก็… นะ ให้ภาพมันเล่าเรื่องเอานะคับ lol
สวยจั๊ดด

และที่ Nihondaira เนี่ยจะอยู่ใกล้ ๆ กับ Kanouzan Toushougu ซึ่งนั่ง ropeway ไปได้
….กุตกใจมากที่กุไม่ได้ถ่ายรูปตอนอยู่บน ropeway มาเลย…. นี่มันเฉยถึงขนาดนั้นเลยเหรอ555555

และเนื่องจากหลายคนน่าจะรู้ จังหวัดนี้คือมีหลายที่มากที่เราจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ
ที่ต่อไปที่เราจะไปก็คือ Miho Beach

คุณเห็นอะไรกันมั่งมั้ยครับ?
อะไรนะ? ฮะ? เห็นทะเล? ใช่ครับ มันเห็นแค่ทะเลเนี่ยแหละครับ lol
ก็วันนี้มันครึ้มซะขนาดนี้ ถ้าเห็นนี่คือประหลาดแล้ว

ไม่เห็นฟูจิเห็นรุ้งไปแทนแล้วกัน
แทนกันได้ป่าว :P

Singapore, couldn’t ask for more: Haji Lane

Previous Entry: 
Singapore, couldn’t ask for more: Changi Jewel Airport
– Singapore, couldn’t ask for more: Red Dot Design Museum
Singapore, couldn’t ask for more: Garden by the Bay

I kind of like back and forth on whether I should write this entry or not.
Or will it be better to end talking about Singapore since the last entry lol.
And yeah, as you may already known by reading this it now can be decided.

There are tons of street art in Singapore from what I have known.
I have been searching and found lot of them during my time there.
But the one I was finally end up in was “Haji Lane”.

There was no big reason to it actually. It was all because it’s the nearest place to the hotel. (I stayed at the Lavender st. back then).
But it actually worth it you know. To be honest, the Haji Lane is also famous by itself.

There are lots of artwork for you there to appreciate.

This one is my favorite, cuteness overload lol.

And below is one of the land mark of this street.
The contrast between the street and the mosque in the back kinda draw a lot of attention to the tourist.

Actually there are a lot of interesting shop and restaurant in the area that I would love to try. But since that day I was so in a hurry ’cause it’s my last day there lol.
I gotta run to the airport and stuff. I’m SOOOO regretted hadn’t try out some.

For the transportation, I took the subway there. It is Bugis station (DT14).
A little walk is required after getting of the train but worth it though.

รีวิววิชา ENJOY ARCH SKETCH (หลังจากที่เรียนมาแล้ว 6 ปี)

เคยคิดจะมาเขียนรีวิววิชานี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเรียนไม่จบ
เพราะมีคนคอยทักเรามาถามในไอจีบ่อย ๆ ว่าวิชานี้เป็นยังไงบ้าง ลงยังไง เรียนยังไง เอง่ายมั้ย
แม้กระทั่งตอนเราจบออกมาแล้ว ก็ยังมีรุ่นน้องที่ไม่รู้จักทักมาถามอยู่เนือง ๆ
จนหลัง ๆ เราเลยแอบลบรูปที่เราอัพไว้เกี่ยวกับวิชานี้ออกจากไอจีไปซะ 555555555
แต่พอเห็นทราฟฟิคของเอนทรี่ในบล็อกนี้ที่พูดถึงวิชานั้นยังมีมาเรื่อย ๆ แล้วมันก็รู้สึกว่าคงไม่ได้แล้วล่ะ
มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วแต่ยังมีคนเข้ามาดูเอนทรี่นั้นของเราเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เอนทรี่นั้นไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเลย 555555555 พี่อายค่ะ มาดูรายละเอียดจากเอนทรี่นี้แทนนะคะ พี่รวมไว้ให้เลยค่ะ
(มันยังเป็นงี้เปล่าก็ไม่รู้ เรียนมาตั้งหลายปีแล้ว เอาเป็นว่าอ่านเล่น ๆ ไว้ประกอบการตัดสินใจแล้วกันค่ะ)

1. วิชานี้เปิดตอนไหนบ้าง
เปิดแค่ตอนซัมเมอร์ใหญ่เท่านั้นค่ะ

2. รับกี่คน
สมัยพี่ในเร็กจะรับแค่ 5 คนเท่านั้นค่ะ แต่จริง ๆ แล้วอาจารย์รับประมาณ 30 คนแต่ต้องไปขอหน้าห้องเอา ซึ่งอ.ก็จะมีให้เราทดสอบอะไรนิดหน่อย ให้เราลองวาดรูปให้อ.ดู ซึ่งอ.ก็จะดูแล้วประกาศวันนั้นเลยค่ะว่าใครจะได้ลงบ้าง เท่าที่เข้าใจ อ.ไม่ได้เลือกจากความวาดเก่งนะคะ แค่จะดูว่าเราเป็นคนชอบวาดหรือสนใจจะเรียนวิชาของอ.จริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง ชอบวาดอะไรวาด ๆ ไปเลยค่ะวันนั้น

3. สัปดาห์นึงมีเรียนเต็มวัน 2 วันเลยเหรอ
อันนี้ไม่รู้ทำไมมีคนชอบถาม คิดว่าเป็นเพราะในตารางมันเขียน 9-16 สองวันใน 1 สัปดาห์เปล่าคะ?
ถ้าจำไม่ผิดตอนเรียน เรียนแค่ครึ่งวันค่ะถ้าวันนั้นเป็นวันที่อ.สอนเกี่ยวกับพวกทฤษฎีอะไรแบบนั้น
แต่ก็จะมีบางวันที่ต้องออกไปวาดนอกสถานที่ อย่างในจุฬาเองหรือนอกจุฬาก็มี
ถ้าเป็นอะไรแบบนั้นก็ต้องไปทั้งวันค่ะ แต่สนุกมากเลยนะ ชอบมากเลยตอนที่ได้ออกไปวาดข้างนอก
ตอนพี่ไปก็มีไป Museum Siam วัดอรุณฯ สวนสัตว์ดุสิต อะไรประมาณนี้ค่ะ
ซึ่งอ.ให้เราเสนอได้นะคะว่าอยากไปไหนกัน

4. ต้องเข้าทุกคาบไหม/เช็คชื่อหรือเปล่า
จริง ๆ ถ้าไม่ได้มีธุระอะไรก็ไม่ควรโดดนะคะวิชานี้ เรียนสนุกออก 55555555 มีเช็คชื่อค่ะเท่าที่จำได้

5. ต้องวาดรูปเก่งมั้ยถึงเรียนได้
ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่ะ แต่ต้องเป็นคนชอบวาดรูปพอสมควรถึงจะเรียนได้อย่างเอ็นจอยตามชื่อวิชาค่ะ5555

6. คิดเกรดยังไง/เอง่ายมั้ย
เอาจริง ๆ เรียนวิชานี้ถ้าสนุกไปกับมันนี่ไม่จำเป็นต้องสนใจเกรดเลยค่ะ
เพราะถ้าเราสนุกเราน่าจะได้เออยู่แล้วโดยปริยาย เพราะคะแนนคิดจากสมุดสเก็ตช์ของเราเองที่ต้องเอาไปส่งอ.ตอนท้ายเทอมค่ะ ส่วนตัวไม่รู้ว่าอ.คิดจากอะไรเหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า
แต่เท่าที่ดูจากคนรอบตัวที่เรียนด้วยกัน พวกพี่วาดกันทุกวันเลยค่ะ มีนัดกันนอกรอบไปวาดกันเองด้วย
สนุกมาก สมุดก็คือแน่น5555555 คิดว่าอ.น่าจะดูจากปริมาณงานในสมุดเรานี่แหละค่ะ
แล้วตอนจบเทอมอ.ก็จะให้เราเลือกรูปของตัวเองมาสองรูป เพื่อมาพรีเซ้นท์หน้าห้อง
ทำไมถึงเลือกรูปนี้มา ชอบไม่ชอบยังไงก็พูดไปค่ะ

7. ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง/อ.มีให้หรือเปล่า
อ. ไม่มีไรให้เลยค่ะ มีแค่ให้ดูเป็นตัวอย่างอย่างเดียวว่าใช้ไรบ้าง แล้วเราก็ไปซื้อเองค่ะ
อุปกรณ์ก็มีสมุดสเก็ตช์ธรรมดา ๆ เลย แต่จำไม่ได้แล้วว่าความหนาขนาดกี่แกรม5555555
แล้วก็มีสีน้ำ ปากกาดำที่จำขนาดไม่ได้แล้วอีกเหมือนกัน lol

8. ส่วนตัวพี่ชอบวาดรูปหรือเปล่า แล้วได้เอไหม?
ส่วนตัวชอบอยู่แล้วค่ะ แล้วก็ได้เอด้วย แต่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ก็ได้เอกันนะคะ (อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ที่อ.ให้ลงได้ก็น่าจะเป็นเพราะชอบวาดรูปเหมือนกันน555555) แต่ถึงไม่ชอบแต่ถ้าเปิด ๆ ใจเรียนไปก็เอ็นจอยดีนะคะ ถือซะว่าได้มาลองกิจกรรมอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตค่ะ เพลินดีนะ

เพราะว่าเมื่อก่อนถึงจะชอบวาดรูป แต่ก็ไม่ถูกกับการสเก็ตช์หรือการวาดอะไรจากของจริงเลยค่ะ
สีน้ำก็เหมือนกัน

ก็ต้องบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิชาโปรดของพี่ในมหาวิทยาลัยเลยค่ะ ก็หวังว่าจะกลายมาเป็นวิชาโปรดของน้อง ๆ เหมือนกันนะคะ ขอให้เนื้อหาในเอนทรี่นี้เป็นประโยชน์กับน้องทุกคนค่ะ มีอะไรก็คอมเม้นถามไว้ได้ถ้าพี่รู้จะมาตอบนะคะ!

สมัยนั้นสนุกมาก มีสร้างกรุ๊ปในเฟสบุ๊คกัน มาแชร์มาโพสต์รูปที่ตัวเองวาด พูดคุยกัน
ถึงแรก ๆ จะเริ่มมาจากอ.ขู่ก็เถอะ5555555555 ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่หลาย ๆ คนด้วย

ป.ล. ก่อนหน้านี้ลองเซิร์ชคำว่า ENJOY ARCH SKETCH ดู จริง ๆ แล้วก็เหมือนจะมีคนมารีวิวไว้เหมือนกันนะคะ เผื่อจะมีหลาย ๆ มุมมองมากขึ้น พี่แนบลิ้งค์ไว้ข้างล่างนี้ด้วย
2501297 : ENJOY ARCH SKETCH (สนุกกับการเขียนภาพสถาปัตยกรรม)