三河工芸ガラス美術館

先月くらい… かな…西尾行きました。
目的もちろんこのガラス美術館見に行きたかったです。
いつもインスタで投稿見ていますので。

いい場所!
そんな大きくないですが十分大きいだと思う。
たいてい人はここにKaleidoscopeを見に来る。(私も…当然だね…)
I just known when I arrived at the place that this Kaleidoscope once received a Guinness world record for being the world largest kaleidoscope room or something. すごいじゃん!

Normally people will have their picture taken here inside the kaleidoscope. But since I was there alone lol. I did not get to take the picture of myself though. But there is nothing bad about it isn’t it? :p

Beside from the kaleidoscope itself, there are also other kind of glass products which is kind of interesting too. However, it cannot be denied that the kaleidoscope room is absolutely the main attention here.

刈谷美術館

今日現在住んでいるアパートの近所を話したいと思います。
刈谷美術館について話したいです。アパートから歩いて10分を切ります。
去年いつも行くなんですけど今年はねー 一回もまだ行ってなかった。

タイに住んでいた時は家の近くにあまり美術館がない。
(実はタイにどこでもいい美術館があまりないので)
日本は県内にも市にもいろいろな美術館がある事を知る時、それはすごいじゃんーーーと思います。T-T

最初にヒグチユウコさんの事を知らないですけど、いつも駅でこのイベントの広告ポスターをあったので、調べてみて「わーこれーすごい」と思ってて、行ってみました。

ついグズたくさん買いました。ww

Spring Start!

หลังจากที่มีเรื่องที่อยากอัพเก็บไว้อยู่อีกหลายเรื่องมาก ตั้งแต่ปลายปี 2019 ยังมี
เราเลยตัดใจตัวเองให้อัพรูปที่เกี่ยวกับทุกเรื่องที่อยากพูดถึงลงมาเก็บไว้ใน wordpress ซะ.. ว่าง ๆ เมื่อไหร่จะได้มาเขียนถึงได้เลย ปกติมันนานเพราะคิดไปเลือกรูปไปด้วยเนี่ยแหละ แล้วสมัยก่อนก็เก็บรูปทุกอย่างไว้ในคอมพ์ พอคิดจะอัพถึงเรื่องเก่า ๆ ที่สะสมไว้ก็เลยเกิดขี้เกียจขึ้นมาเพราะมันต้องเปิดคอมพ์เนี่ยแหละ แล้วไอ้คอมพ์เนี่ยมันก็ช้าเหลือเกินนนนว้อยยยยยยย

ทีนี้เราก็เลยพบว่า.. พื้นที่ในเวิร์ดเพรสเราเต็ม!!! หลังจากที่เราอัพรูปทั้งหมดลงไป!!!!
เสียจัยยยยยยย เราก็ลังเล ๆ ว่าจะสมัครแบบ premium ไปเลยดีมั้ย มันจะได้มีเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่พออ่านฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ได้เพิ่มมาด้วยก็พบว่ามันไม่มีทางเลยอะที่เราจะใช้คุ้ม 555555555 แล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าสมัครเพื่อเอามาไว้เก็บรูปอย่างเดียวเนี่ยนะ มันดูไม่ใช่เลย T-T คิดไปคิดมาก็เลยลองไปหาเว็บบล็อกเจ้าอื่น ๆ ดูว่าสมัยนี้เค้าใช้อะไรกันบ้าง… ก็… ไม่พบไรเป็นพิเศษ แค่รู้สึกว่าน่าจะดีกว่าถ้าเราจะย้ายไปใช้ medium 55555555 หลังจากที่มีแอคเค้ามานานแล้ว แต่เอาไว้อ่านอย่างเดียว ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าไปเขียนเลยเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เราจะเขียนถึงไม่น่าจะเข้ากับ medium เพราะส่วนใหญ่จะเห็นแต่เนื้อหาเกี่ยวกับเทค (หรือเป็นฉันเองที่ฟอลโล่วแต่เทค…)
แต่เอาเป็นว่าในเมื่อจุดประสงค์คืออยากเขียนไรสักอย่างเพื่อแชร์กับชาวโลกก็… ก็คงไม่เป็นไรหรอก

เราคงเขียนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบทุกเรื่องที่เอารูปมาลงไว้แล้วในเวิร์ดเพรสนี้ หลังจากนั้นก็จะย้ายไปเขียนที่ medium ละสำหรับเรื่องไปเที่ยวหรือแบบกิจกรรมต่าง ๆ
บล็อกนี้เป็นเหมือนบ้านเราเลย คือเราเอาทุกเรื่องมาโยนไว้ในนี้หมด ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัว (ที่คนอื่นอาจไม่เห็นเพราะเซ็ตไพรเวทไว้) เรื่องวาดรูป เรื่องดูหนัง เรื่องไปเที่ยว เรื่องประจำวันที่อยากเก็บไว้… ซึ่งหลัง ๆ เรื่องวาดรูปเราก็ย้ายไป instagram แทนละ เรื่องดูหนังหรืออ่านหนังสือก็ไปโพสต์ใน minimore มีแต่เรื่องไปเที่ยวกับเรื่องประจำวันนี่แหละที่ยังอัพอยู่ที่นี่ซึ่งหลังจากนี้ก็จะย้ายไป medium อีก… ที่นี่เราก็คงไม่ได้อัพไรแล้วละยกเว้นเรื่องส่วนที่เราก็เซ็ทเป็นไพรเวทซึ่งก็คงไม่มีใครเห็นอยู่ดี

T-T แอบเคว้งเพราะอยู่ที่นี่มานานมาก
แต่ก็เอาเหอะ
คนเราต้องมูฟออน

ฝอยมาหลายพารากราฟเหลือเกินกว่าจะเข้าถึงเรื่องที่จะพูดในวันนี้
ตอนนี้ญปเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วก่ะ กรั่ก ๆ อาทิตย์ที่แล้วก็เลยไปเที่ยวเล่นมานิดหน่อย
เป็นสัปดาห์แรกเลยที่ซากุระเริ่มบาน วันนี้ก็เลยอยากเอามาโพสต์เก็บไว้
ซึ่งซากุระก็จะฟูลบลูมสัปดาห์นี้ละ.. ได้ยินว่า เดี๋ยวจะต้องหาทางเข็นตัวเองไปที่ไหนซักที่ให้ได้.. เฮ่ออออออ ไปเที่ยวยังต้องฝืนตัวเองอีก

พอเห็นขนาดรูปแล้วทุกคนก็ไม่ต้องสงสัยเลยนะคะว่าทำไมพื้นที่เต็ม
เดี๋ยวนี้ก็คือขี้เกียจย่อรูปมาก กูก็อัพมันทั้งไฟล์เลยค่ะ… เป็นไง เต็มมมมม

ทิ้งท้ายด้วยรูปดอกเดียวเหงา ๆ
คิดถูกมากเลยที่ซื้อกล้องตัวนี้.. (เพิ่งรู้สึกหลังจากซื้อมาได้ปีกว่า ๆ เนี่ยแหละ)
คือเหมาะสมกับการพกไปที่ต่าง ๆ มาก.. เมื่อก่อนใช้มิเรอร์เรสเปลี่ยนเลนส์ได้ใช่ปะ แล้วเราก็แบบส่วนใหญ่ใช้เลนส์ฟิกติดกล้องไว้ เวลาเอาไปไหนถ่ายมันก็สวยนะ แต่แบบลำบากเวลาอยากถ่ายหลาย ๆ ระยะมาก..

มาซื้อrx100 เลยแบบ เออชอบว่า คือแบบเต็มเรนจ์ดีจริง
และนี่เป็นครั้งแรกด้วยที่ได้ลองแมนนวลโฟกัสของมัน ปกติมันออโต้โฟกัสเข้าตลอด
แต่คราวนี้เหมือนออบเจ็คมันเล็กไป จิ้มออโต้โฟกัสไม่เข้า แง่งงงงงงง

edit: How can I forgot to mention about the place lol. It is Nishio in Aichi. (西尾城 二之丸天守閣跡)

Nagoya Port Aquarium

สวัสดีคุ้บ ๆๆๆ ในที่สุดอันตัวฉันนี้ก็สามารถหาวิธีสลับภาษาไทยอังกฤษญี่ปุ่นด้วยคีย์บอร์ดที่ต่อกับไอแผ็ดโดะได้แล้วโว้ย ฮือ ๆๆๆๆ มันไม่ยากนี่หว่า ทำไมตอนแรกโซคลูเลส T-T เอาไปเป็นว่า เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า ขอตัดเข้าสู่เรื่องราวหลักของวันนี้เลยค่ะ

เมื่อกลางปีที่แล้วหลังจากที่ญี่ปุ่นเค้าปลด State of Emergency ครั้งแรก ..น่าจะประมาณหลังเดือนพฤษภาหรือมิถุนาเนี่ยแหละ จำไม่ได้ละ เราก็ได้หาฤกษ์ไปอควาเรียมมา!!!!! ในที่สุด หลังจากที่ตอนนั้นอยู่มาครึ่งปีละ แต่ไม่ได้ไปไหนเลย 5555555 หัวเราะอย่างสิ้นหวัง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นสัปดาห์ละชั่วโมงกว่า ๆ อยู่แล้วมันใช้เวลาแค่ครึ่งเช้าวันเสาร์เท่านั้น ตอนบ่ายก็เลยพอมีเวลาไปเที่ยวเล่นไปไหนมาไหนได้นิดหน่อย (เดี๋ยวนี้ก็คือเรียนสามชั่วโมงนิด ๆ ตอนบ่ายวันเสาร์… ก็คือฉันไม่ต้องทำไรเลยจ้ะ วันเสาร์อะ กุเรียนจนปวดหัวเลย)

ถ้าถามว่าชอบมั้ย คือมันก็ชอบอยู่นะ แต่ไม่ได้ถึงกับแบบ ชอบมาก ๆ ประทับใจมาก ๆ อะไรแบบนั้น มันก็มีอะไรให้ดูอยู่ มาแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายตังค์อะ ถ้าให้เปรียบเทียบกับที่ ๆ เคยไปมาซึ่งก็คือ Kaiyukan กับที่ Santosa ที่สิงคโปร์ (ก็ไม่ได้ไปมาเยอะมากอะไรอะนะ) สำหรับก็ยังชอบ Kaiyukan มากสุดอยู่ดี มันเป็นที่เดียวที่ไปแล้วรู้สึก ว้าวววววว โว้วววววววว โว้ยยยยยยยยยยยย อมก ๆๆๆๆๆๆ ไรแบบนั้นอะ

แต่ที่นาโกย่านี่ก็มีอะไรที่ Kaiyukan ไม่มีเหมือนกัน ซึ่งก็คือโชว์กลางแจ้ง

ก็อลังการงานสร้างอยู่เด้อออ แต่ก็คือหักลบความรู้สึกรวม ๆ แล้วก็ยังไม่สามารถสู้ความรักที่เรามีให้ต่อ Kaiyukan ได้ กรั่ก ๆๆๆๆๆๆๆ

Kyoto’s Autumn

OK! I gave up.
I was trying to find a way to quickly switch between Thai language and English language by my bluetooth keyboard connecting with iPad. T-T But I end up can’t find a way… So yeah, I will go with English today.

Due to covid’s breakout in Japan, I cannot get myself to go around the place that much. Fortunately, at the very end of autumn the covid situation was getting better. So I booked a bus tour to Kyoto!

It was quite a while for the autumn season in Japan. Hell, yeah… now it almost spring already but I can’t get myself to talk about Japan’s autumn until today. (But I can get myself to finish New year’s entry so damn quick… 自分が全然わからない。頭がおかしいかも。)

The route is all provided by the meitetsu bus tour. I really enjoyed it. I even come to like walking/hiking? around the town and almost buy a route book about it after came back from this trip.

I started from Ginkakuji (it is where the bus dropped us). I wandered around the town as being advised. Though I got lost a little in the end and have to find the way back to Konkaikomyoji Temple by google map lol.

OK. Since I posted the route as above, I will skip talking about it.
….And let’s get to the photo spreading only session…

I, like, took ton of photos that day and all of them are my fave. So I can’t get myself to decide and finally only posted 4 of them ;-;

Around Ise Jingu

ก่อนปีใหม่เรากระเสือกกระสนไปอิเสะจิงกุมา
ซึ่งคนยังไม่มากเท่าไหร่เพราะมันเป็นช่วงก่อนสิ้นปีนิดนึง เข้าใจว่าคนจะมากกว่านี้ (นิดนึง) ถ้าปีใหม่ไปแล้ว (ซึ่งปีนี้ก็คงไม่มากแหละ เพราะมีโควิด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

เราก็พยายามใส่มาสก์และดิสแทนซิ่งให้มากที่สุดตลอดการเดินทาง
ซึ่งถึงไม่พยายามแม่งก็โคตรจะดิสแทนซิ่งอยู่แล้วเพราะชีวิตตูไม่พบปะใครเลยค่ะ อะไรวะ
เราก็เลือกนั่งรถไฟคินเท็ทซึจากนาโกย่าไปลงที่อิเสะชิ ขานึงราคาประมาณ 1,8xx-1,900 เยน เป็นรถด่วนแต่ไม่ใช่แบบจองที่นั่ง ถ้าจองที่นั่งต้องเพิ่มอีกพันกว่าเยนมั้งรู้สึก (หาข้อมูลเสร็จตัดสินใจเสร็จฉันก็ลบทุกข้อมูลออกจากสมองเลยค่ะ) จากนาโกย่าไปก็สองชั่วโมงบวกลบ แล้วแต่สายรถไฟที่เรานั่ง
จริง ๆ ถ้านั่ง JR ไปเหมือนจะชั่วโมงครึ่งลบ ๆ เองมั้ง แต่ราคาก็บวกไปอีกเท่าลงที่อิเสะชิเหมือนกัน

อันนี้เป็นทางเดินไปอิเสะจิงกุชั้นนอก หรือที่เค้าเรียกกันว่าเกะคุ เดินต่อเนื่องมาจากสถานีรถไฟอิเสะชิได้เลย ฉันก็เดินมาอย่างมึนงงอยู่นิดหน่อย

เดินมาถึงด้านหน้าอิเสะจิงกุเกะคุแล้วค่ะพีเพิ่ล
และตรงด้านหน้าเนี้ยแหละ ตรงแถว ๆ สี่แยกจะมีป้ายรถบัสอยู่ เดี๋ยวเราก็จะมานั่งบัสจากตรงนี้เพื่อไปต่อที่อิเสะจิงกุชั้นในหรือไนคุได้เลย ซึ่งมีหลายสายมากที่ผ่านไนคุ ส่วนตัวแล้วเราซื้อตั๋วรถบัสของเมืองที่ชื่อ machikusa ไว้ มันจะขึ้นรถบัสในเมืองนี้กี่รอบก็ได้ในหนึ่งวัน (หรือสองวัน แล้วแต่เราเลือก) ซึ่งสายรถที่ซัพพอร์ทก็มีหลายสายมาก ๆ แต่อันตัวเรานั้นมึนเมาอะไรซักอย่าง ทำให้เข้าใจผิดว่าตั๋วมันใช้ได้กับ CAN bus อย่างเดียว ซึ่งเป็นสายรถบัสที่ต่อยาวระหว่าง Ise-Futami-Toba ซึ่งเราก็จำเป็นต้องขึ้นสายนี้เหมือนกัน แต่มันไม่จำเป็นสำหรับตอนไปไนคุ!!! แต่กรูมึนเมาเองค่ะ ทำให้เสียเวลารอรถบัสโดยไม่จำเป็น ปวดกบาลกับตัวเอง ตั๋วมันราคา 1,200 แล้วค่ารถของสถานที่ที่เราไปมันก็ประมาณ 4xx ทุกที่ ก็คือถ้าคุณขึ้นอย่างน้อยสามครั้งคุณก็คุ้มละ

มีอย่างนึงที่เราอิมเพรสเล็ก ๆ คือปกติคนที่เคยมาญปหรือคนที่สนใจในญปอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเวลาก่อนเข้าวัดหรือศาลเจ้าส่วนใหญ่จะมีบ่อน้ำให้เราเอากระบวยตักล้างมือล้างปากก่อนเข้า แต่ทีนี้เนื่องจากนี่เป็นช่วงโควิด เค้าเลยไม่ใช้กระบวยกันแล้ว แค่มีอารมณ์ประมาณน้ำไหลจากก๊อกหรืออะไรก็ตาม แล้วให้เราล้างมือเฉย ๆ เออรู้สึกว่า มันก็ปรับกันไปได้ดี

เอาจริง ๆ แล้วเราไม่ค่อยได้ถ่ายของในตัวศาลเจ้าเท่าไหร่ เพราะเดินอยู่ด้านในด้วยความสงบเสงี่ยมมาก ต้นไม้ข้างในเยอะมากและใหญ่มาก อยู่ดี ๆ มันก็ทำให้เข้าใจขึ้นมาเองว่าทำไมพระถึงชอบเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่า คือมันยังไม่ทันต้องทำอะไรเลยอะ แค่เราเดิน ๆ อยู่ข้างในดี ๆ มันก็เกิดความคิดขึ้นมาแล้วว่าเออ ความเป็นตัวตนของเรานี่มันช่างเล็กมาก เปราะบางมากเลยนะเมื่อเทียบกับธรรมชาติแวดล้อมเหล่านี้ เกิดความปลงในความเป็นตัวตนของตัวเองขึ้นมาง่าย ๆ เลย เดินไปน้ำตาซึมไป สงบจน

จบจากเกะคุเราก็ไปต่อกันที่ไนคุ

เห็นรูปประตูโทริแล้วนึกขึ้นได้ เมื่อก่อนเราไม่เคยรู้เลยว่าเวลาเดินผ่านเข้าออกประตูแล้วเราต้องทำความเคารพด้วยทั้งขาเข้าขาออก แต่มาที่นี่เห็นทุกคนทำกันหมดเลย เราเลยเพิ่งรู้

อย่างที่รู้กันอยู่ว่าญปเป็นดินแดนที่มีความเกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ในหงายแง่มุม รวมถึงความเชื่อต่าง ๆ ด้วย และอิเสะจิงกุก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่คนญปมีความศรัทธาถือเป็นอันดับหนึ่งต้น ๆ เลยก็ว่าได้ จักรพรรดิก็ต้องมาเคารพที่แห่งนี้ รวมถึงที่ศาลเจ้านี้ยังเป็นที่เก็บอุปกรณ์ที่ใช้ในการปราบดาภิเษกอยู่หนึ่งชิ้นด้วยกันอีกด้วย (พีเพิ่ล อย่าด่าหนูถ้าหนูเรียกผิด หนูอ่านมาแล้วหนูก็ลืมคำเฉพาะของมันไปแล้ว หนูไม่ได้รีเสิร์ชซ้ำระหว่างเขียนเอนทรี่ ได้โปรดพีเพิ่ลที่มีความสนใจกรุณาไปรีเสิร์ชซ้ำเองอีกที หรือพีเพิ่ลที่มีความรู้และมีความเมตตาช่วยแก้ไขก็คอมเม้นได้ค่ะ) ศาลเจ้านี้ก็เกี่ยวข้องกับการบูชาดวงอาทิตย์เหมือนกันเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าของดวงอาทิตย์ (ที่เป็นผู้หญิงนะ ในที่นี้) ผู้ดูแลศาลเจ้านี้ก็เลยเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด จริง ๆ เค้าก็มีคำเรียกเฉพาะของเค้าอีก แต่เราจำไม่ได้ -_-; ซึ่งคนที่จะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้านี้ได้ก็คือต้องเป็นคนในราชวงศ์เท่านั้นนั่นแหละ

คนไม่ได้มุงอะไรหรอกค่ะ คนแค่จะถ่ายรูปน้ำเฉย ๆ …

เดินอยู่ด้านในอย่างสงบเสงี่ยมมาก
เอาจริง ๆ อารมณ์ต่างจากตอนไปวัดไทยอยู่นะ อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้คนน้อยด้วย
มันให้ความสงบแบบ สงบแบบไม่เคยเจอมาก่อน เราชอบนะ ตอนไปอะซึตะจิงกุก็ให้ความรู้สึกนี้เหมือนกัน รู้สึกว่าดีที่ได้มา

จริง ๆ ตรงหน้าวัดจะมีถนนคนเดินอยู่ ที่จะขายน้ำอาหารกับของต่าง ๆ ก็คือดี
แต่ช่วงนี้เอาตรง ๆ ไม่ค่อยอยากซื้อแล้วถอดหน้ากากยืนหรือเดินกินอะไรเท่าไหร่ ควรไปนั่งกินในร้านไปเลยเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่าถ้าจะกิน

หลังจากนั้นข้อยก็เดินทางไป futami เพื่อดู meotoiwa หรือที่เค้าเรียกว่าหินแต่งงานนั่นแหละ
(มันคงแปลมาตรง ๆ จากภาษาญี่ปุ่นเลยด้วย เพราะ meo มันก็แปลว่าคู่สามีภรรยาจริง ๆ ตามตัวคันจิ)
ตัวฉันก็นั่ง CAN bus จากหน้าอิเสะจิงกุไนคุ มาเลยค่ะ เอาตรง ๆ ไม่ต้องกลัวลงผิดป้ายเลย ในรถบัสมันมีประกาศภาษาอังกฤษคู่อยู่ตลอดเวลากับภาษาญี่ปุ่น รวมถึงมีป้ายบอกด้วยว่าป้ายหน้าคืออะไร ทั้ง อังกฤษ จีน เกาหลี ยิ่งไปกว่านั้นมันจะมีป้ายนึงที่ชื่อว่า futami อะไรซักอย่าง ที่ตอนแรกที่เราหาข้อมูลเราก็เข้าใจว่ามันต้องลงป้ายนี้แหละ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ มันต้องลงป้ายที่ชื่อว่า meotoiwa ประตูตะวันตกตะวันออก อะไรสักอย่าง.. ซึ่งในรถมันก็ประกาศบอกด้วยว่าอย่าลงป้ายนี้นะโว้ยถ้าจะไปหิน ให้ไปลงป้ายหน้านะจ๊า.. สุดดี

ไปถึงก็คือพระอาทิตย์จะตกดินละ เราขึ้นรถบัสรอบสุดท้ายพอดี ก็คือต้องรีบ ๆ เดินรีบ ๆ ดูมาก
เพราะตอนขากลับก็ต้องนั่งรถบัสรอบสุดท้ายเนี่ยกลับเหมือนกัน

คลื่นก็คือแรงแบบไม่ปราณีใครมาก
มีคนมายืนรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกลงตรงกลางระหว่างหินอยู่ประปราย
ส่วนตัวฉันนั้นก็เดิน ๆๆๆๆๆ ให้ครบแล้วก็รีบเดิน ๆๆๆๆๆ กลับป้ายรถบัสเพราะเดี๋ยวตกรถ

จบวันไปแบบ รีบเร่งและหนาวเหน็บตอนยืนรอรถบัสขากลับ

ป.ล. งงกะตัวเอง ตั้งชื่อเอนทรี่ว่าแถว ๆ อิเสะจิงกุ.. แต่เลือกรูปท็อปเป็นหินที่อยู่ที่ฟุตะมิ.. คือไรวะ

My new year in Japan

เนื่องจากเราถือว่าที่แห่งนี้เป็นเหมือนไดอารี่ของเรามาตลอด
เราก็จะถือโอกาสเททุกอย่างที่มีอยู่ในคลังรูปเราลงมาในนี้ให้หมด แบบไม่สนขิงข่าใด ๆ ทั้งสิ้น
ไม่งั้นมันก็จะดองไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถือคติว่าได้ทำบ้างดีกว่าไม่ได้ทำเลยแล้วกัน

ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่แรกในชีวิตที่แบบได้อยู่คนเดียวแบบคนเดียวจริง ๆ
และก็คือไม่สามารถไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหนกับฝูงชนใด ๆ ได้ด้วยเพราะโควิด
ดิชุ้นก็เลยอยู่คนเดียวที่บ้านแล้วขุดทุกกิจกรรมที่ไปอ่านมาว่าคนญปเค้าจะทำมาทำบ้างค่ะ

กิจกรรมแรกก็คือการกินโซบะข้ามปีหรือที่เค้าเรียกกันว่า 年越しそば
พร้อม ๆ ไปกับการนั่งดูรายการเพลง 紅白 ของ NHK
ตอนแรกจะไปซื้อโซบะมาทำกินเองแล้วแต่แบบ.. ซื้อมาแพ็คนึงมันขายทีสามมัดอะไรงี้
ฉันไม่ได้อยากกินสามมัดอะ… แล้วทั้งปีจะทำอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เลยไปซื้อแบบที่เค้าทำเสร็จแล้วมา
รายการเพลงก็เหมือนกัน ตอนแรกเปิดไป อมก. ไม่คิดว่าตัวเองจะเอ็นจอยได้เลย
ดูไปดูมาเอ็นจอยเฉย กุว่ากุเป็นคนอินกับอะไรง่ายเหมือนกันนะจริง ๆ แล้ว

แล้วก็เป็นเพราะรายการเพลงขาวแดงนี่แหละ ทำให้ปีใหม่ของข้อยรื่นเริงด้วยตัวเองได้ขนาดนี้ -_-
สุสงง.. ดูจนรายการจบห้าทุ่มกว่า ๆ ดิชุ้นก็เปลี่ยนไปดูของจอนนี่ส์ (เขียนงี้ปะวะ) ต่อ..
เอ้าเฮ่ย.. เอ็นจอยอีกเช่นเคย ข้ามปีอย่างเอ็นจอยไปแบบงง ๆ

ตื่นปีใหม่มาด้วยความแบบเฮ่อ จะว่าสดชื่นก็สดชื่น แต่แบบ สายต้อนรับปีใหม่ สุสปัง
เอ็นจอยกับตัวเองด้วยการกินโอเซจิที่ไปซื้อมาจากซูเปอร์ต่อ …ซึ่งมันแหงอยู่แล้วที่ต้องมาจากซูเปอร์ ข้อยไม่มีปัญญาที่จะหาทำด้วยตนเองได้จริง ๆ

คนญี่ปุ่นปกติเค้ากินกันเยอะกว่านี้มาก เพราะเค้าทำทีเก็บไว้กินหลายวัน เพราะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหารกันในช่วงปีใหม่ แต่ข้อยบอกตรง ๆ ว่าแค่นี้ข้อยพอใจแล้ว ถือว่ากินเอาฤกษ์เอาชัย
เพราะกินไปกินมาข้อยก็เข้าใจว่า อาหารที่มงคลที่สุดที่เราควรกินก็คืออาหารอร่อยที่เราชอบ
เราอย่าฝืนชีวิตตัวเองให้กินอะไรมงคลที่เราไม่เอ็นจอยเลยก็ได้มั้ย หรือยังไง T-T
ซึ่งอาหารแต่ละอย่างในโอเซจิก็จะมีความหมายดี ๆ ของมัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับการมีสุขภาพดี แข็งแรง ชีวิตยืนยาว

หลังจากกินเสร็จอะไรเสร็จข้อยก็ไปศาลเจ้าแถวบ้าน ซึ่งไม่มีคนเลย และมันก็ถูกต้องแล้วเพราะตูไปตอนมันเย็นมาก ๆ แล้ว พีเพิ่ลเค้าควรจะมากันตั้งแต่เช้าไปแล้ว ก็ถือว่าไปทำความเคารพเอาฤกษ์เอาชัย ฝากเนื้อฝากตัวอีกปี

ปีนี้ก็สู้ ๆ กันต่อไป ขอให้ตัวเองเป็นบ้าน้อยลง ขอบคุณค่ะ

Isogai 2020@Nagoya port

This event was like being held a week or two before today.
The event is all about the firework. We have got to enjoy it for an hour.
Since I have always adore of all of the grand firework, I cannot give any comment on the technique/style/work or etc. But I really enjoy it. For entertainment alone was already worth the ticket money.

Actually, it is not only about the firework alone. It also having the storyline go along with it during the firework show. (But yeah, since the main of the event is the firework, you should not be expecting much for the storyline. Just see it as a supplement to add up the spice to the firework.)

For the part that I like apart from the finale set, it is the part where it is talking about sad stuff. I have never thought that the firework will get you real sad since it is always come with the cheerful vibe and festive stuff. But here, it go through both end of the spectrum. So I kind of like it.

Shizuoka! (3)

Shizuoka! (1)
Shizuoka! (2)

ในที่สุดตัวฉานก็เขียนมาถึง Shizuoka! (3) จนได้!!! ฮือ ๆๆๆๆๆ
เป็นเอนทรี่สุดท้ายแล้วค่ะของชิซุโอกะ เขียนมาครึ่งปีกว่าจะจบ เป็นบ้าเป็นบอ เนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรเลย
เธอใช้เวลาอะไรขนาดนี้ T-T ในที่สุดฉันก็จะได้มู้ฟออนไปเรื่องอื่น ๆ ซะที
はじめろうか!

最後の日話したいと思います。
その日はまず「Fuji Mt. Museum」行きました。
(日本ごではどういうなんて分からないですけど…)
大雨の日ですから曇りでした。
ときどきそのMuseumから富士山見えられますけれど、もちろんその日はだめでした。
残念!!!!!!T-T

This part of the museum wall is really impressive.
It was built from the real soil and real soil color from the Fuji-san, representing its variety in the soil itself. I have never been to the Fuji-san myself so I cannot tell the how accurate the color is from here. But it is interesting enough for me that there is such a wide range in soil color found on Fuji-san.

Before coming to this museum, I have never thought that there will be this much of things can be talked about Fuji-san. You know, the content shown inside this museum is like a lot and not shallow at all! (At least in my point of view)
They talk about the geological, living things there, how it is created, how it is meant to the local, spiritual view, etc. which if it was for me, I don’t think I can come up with this many and still be related.

Even though you are not interested in the Fuji Mt. stuff, I still think it is worth going for once. Since the architecture and building style of this museum is also something.

後では富士山本宮浅間大社です。
人気な大社と聞いたことがあるから、ちょっと行ってみました。
けれど、あまり写真撮りませんでした…
(実はさっき気がしてしまった… 写真見せたいですが… 全然ないなー…)

まー それじゃ次に行こうか。
私とってはこのトリップでは一番大好きな場所です。
白糸の滝!

You know what, my photo skill is not that great enough to represent how great this place is. I was like, so surprised when I arrived to the place. On the picture that I have seen during doing the research is great enough which is no doubt. But normally like what all of you guys might have experienced, the picture we saw in the internet beforehand tend to be far more better than the real place. But this one is not like that!!!!!
The real one is far more mesmerizing to the point that I dropped my jaw lol.
May be it is also because that we went on the rainy season.

よければ、ぜひいつか行って見ってください!
以上です。
…..
I have just come to realize in this point that the way I write this entry is so messed up. How can I use 3 different languages mixing together in an entry. Sorry but please bear with it T-T. It is so messed up since my brain is also messed up right now T-T.

Shizuoka! (2)

Previous entry
Shizuoka! (1)

It has been a while after I posted the first entry about my trip in Shizuoka… I feel like I sacrifice all my energy for work during the time I have been missing lol. I don’t feel like doing a damn thing during my free time anymore. Sometime I just let the time flew by by just surfing on some random site that I did not actually interested in it.
What a time wasting!!! It can’t be helped though.

And yeah, now I am back. To tell you the truth, I can’t clearly remember what happened during the trip anymore, orderly. Lol
I guess I start the day with some sashimi (in the don). It’s actually good. I did not expect it at all since it is some random restaurant that we promptly search at that time.

いい感じでしょう。
After we had our stomach full, we head to Mishima sky walk.
There are lots of people there! Which I totally understand why after seeing all around the place. Apart from its famous sky walk, there are many activity for you to enjoy. Like, the owl cafe or adventure activities.

We spent some time at this Miyashima sky walk before we start heading to the most favorite place of mine for this trip. Tanuki lake!!
*Warning* Please beware, now you are entering full stream photo posting mode

Mt. Fuji!!!